บ้านจั่วสีขาวมินิมัล ในเมืองปัตตานี ที่เด่นด้วยช่องลมสร้างลวดลายเฉพาะตัว
บ้านจั่วสีขาวมินิมัล ที่ใส่ใจฟังก์ชันการใช้ชีวิต ออกแบบมาเพื่อความโปร่งสบาย พร้อมรับลมธรรมชาติจนแทบไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ
Design Directory : สถาปนิก อิน ตอ อาฟ สตูดิโอ


บ้านจั่วสีขาวมินิมัล หลังนี้ เริ่มต้นจากความต้องการย้ายที่อยู่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวของ คุณฟาร์-ฟาตีหม๊ะ และคุณลูไอ มะเซง “เมื่อก่อนเราอยู่บ้านที่อัยเยอร์เวง ซึ่งไกลจากตัวเมืองเบตงถึง 30 กิโลเมตร การเดินทางไปส่งลูกไปโรงเรียนหรือไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องที่ลำบากมาก” คุณฟาร์กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่คุณลูไอต้องออกไปทำงานและกลับมาเพียงเดือนเว้นเดือน ทำให้คุณฟาร์ต้องรับผิดชอบในการขับรถเอง ดูแลรับส่งลูกรวมถึงพาคุณแม่สามีไปโรงพยาบาล การย้ายมาอยู่ใกล้ตัวเมืองจึงเป็นความสะดวกที่สุด ด้วยความพยายามหาที่ดินที่เหมาะสมนานถึง 3 ปี จึงได้มาพบที่ดินขนาด 125 ตารางวา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากความสะดวกในตัวเมืองปัตตานี สำหรับสถาปนิกนั้นเจ้าของบ้านเคยร่วมงานกับ คุณซี-อาซีซี ยีเจะแว สถาปนิกจาก อิน ตอ อาฟ สตูดิโอ ในการออกแบบรีสอร์ตให้มาก่อน “พวกเราชอบสไตล์การทำงานของคุณซีมาก แนวความคิดของเราก็คล้ายกัน ทำให้การทำงานราบรื่นและเชื่อใจในผลงาน” คุณฟาร์เล่า เมื่อความเชื่อมั่นตั้งอยู่แล้วการทำงานจึงเริ่มจากโจทย์ด้านดีไซน์ที่คุณฟาร์อยากได้บ้านที่มีหน้าตาเป็นทรงจั่วสีขาวมินิมัลผสมกับความต้องการพื้นที่ที่สูงโปร่ง


บ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 160 ตารางเมตร โดยสถาปนิกนำโจทย์ด้านความงามและการใช้งานมาผสานเข้ากับสภาพภูมิอากาศภาคใต้ ด้วยการออกแบบชายคาที่ยื่นยาวขึ้น เพื่อป้องกันแดดฝนและการสร้างสเปซที่อบอุ่นให้สมาชิก 6 คนในครอบครัว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความงามและการแก้ปัญหาภูมิอากาศคือ การออกแบบที่คำนึงถึงสุขภาวะและความยืดหยุ่น โดยจัดสรรปีกซ้ายของบ้านไว้ให้คุณแม่อยู่และสร้างฟังก์ชันพิเศษอย่างมุมละหมาดที่ยกพื้นขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงการยกพื้นบ้านให้สูงขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมในอนาคต
บล็อกช่องลมกับการสร้างมิติแห่งแสงเงาและการถ่ายเทอากาศ
เพื่อสร้างความโดดเด่นและตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศร้อนชื้น สถาปนิกเลือกใช้บล็อกช่องลมเป็นวัสดุหลักในการสร้างฟาซาดของอาคาร บล็อกช่องลมนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เพียงการตกแต่งเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการปรับสภาวะอากาศภายในบ้าน โดยลวดลายที่ก่อเรียงกันช่วยสร้างมิติของแสงและเงาที่สวยงามและเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นม่านกรองแสงที่นุ่มนวล และช่วยให้ลมพัดผ่านเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความร้อนและความชื้นสะสมลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันนี้ จึงเป็นการผสานระหว่างดีไซน์แบบมินิมัลเข้ากับการแก้ปัญหาภูมิอากาศได้อย่างชาญฉลาด ทำให้บ้านทรงจั่วสีขาวหลังนี้มีความเป็นส่วนตัว







วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และความสุขจากความภูมิใจของพ่อบ้าน
หลังจากที่ครอบครัวเคยใช้ชีวิตในบ้านเช่าสองชั้นมาก่อน การย้ายมาอยู่บ้านชั้นเดียวที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีของตัวเอง คุณฟาร์เล่าว่า การใช้ชีวิตที่นี่ทำให้หมดกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกๆ ไปได้มาก เมื่อเด็กๆ เริ่มโต บ้านใหม่มอบพื้นที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างอิสระและปลอดภัย เพราะเป็นบริเวณที่ไม่มีรถผ่านไปมา ทำให้ลูกๆ ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ภายใต้สายตาดูแลของพ่อแม่ได้อย่างสบายใจ
นอกจากพื้นที่ปลอดภัยแล้ว บ้านหลังนี้ยังเต็มไปด้วยความรักและความภูมิใจของคุณลูไอผู้เป็นสามี และเป็นพ่อบ้านสายอุปกรณ์ผู้รักการทำงานฝีมือเป็นชีวิตจิตใจ ได้ลงมือออกแบบและสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้านขึ้นมาเองเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ หรือชั้นวางของ ทุกชิ้นงานจึงไม่ได้เป็นแค่ข้าวของเครื่องใช้แต่เป็นความสุขที่ได้ทำ เป็นความภูมิใจที่ได้เติมเต็มบ้านด้วยสองมือของตัวเอง “ว่างเมื่อไรก็จะซื้อไอเท็มใหม่มาใช้ ของมันต้องมี”







ความสุขจากธรรมชาติที่โอบล้อมในบ้านที่หายใจได้
ความสุขจากการใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ที่สัมผัสได้ทุกวัน คือผลลัพธ์ของการออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่งและรับเอาธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มุมโปรดของครอบครัวคือมุมโซฟารับแขก ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สัมผัสได้ถึงการถ่ายเทของลมตลอดทั้งวัน การออกแบบที่เน้นความสูงโปร่งและมีช่องทางลมที่เหมาะสม ทำให้ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ แทบไม่จำเป็นต้องเปิดไฟหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเลยในช่วงกลางวัน เพราะบ้านได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติที่เพียงพอและการถ่ายเทอากาศที่ดีช่วยให้บ้านไม่ร้อนเลยแม้ในวันที่อากาศอบอ้าว


นอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว โต๊ะกลางบ้านยังกลายเป็นมุมแห่งความสุขและสร้างรายได้ของคุณฟาร์อีกด้วย เมื่อมีเวลาว่างจากการดูแลครอบครัว งานอดิเรกที่รักคือการทำขนมไทย อย่างลูกชุบ ผกากรอง ขนมชั้น และขนมเจ๊ะแมะ ซึ่งเป็นขนมมลายูพื้นถิ่นที่มีส่วนผสมหลักคือหัวมันเทศ แป้งสาลี และน้ำตาลทราย ก็นำมาซึ่งรายได้เสริมอีกด้วย


ไม่เพียงแค่ความเย็นสบาย แต่บ้านยังมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยรอบอย่างแท้จริง “ตอนเช้าก็ยังเห็นหมอก มีนก มีวัว” คุณฟาร์เล่า บรรยากาศเงียบสงบและการได้ใกล้ชิดกับวิวทิวทัศน์ภายนอก ทำให้บ้านกะฟาเป็นสถานที่ที่เติมเต็มความสุข ความผ่อนคลาย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่อาศัยในทุกวัน
Designer’s Tips

“การออกแบบบ้านในเขตร้อนชื้นไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารขนาดใหญ่ แต่ควรเน้นการสร้างบ้านที่หายใจได้ โดยใช้หลักการดึงลมธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านและระบายอากาศร้อนออกผ่านพื้นที่สูงโปร่ง พร้อมทั้งใช้ชายคาที่ยื่นยาวและบล็อกช่องลมเป็นเครื่องมือหลักในการกรองความร้อนและแสงแดดก่อนเข้าถึงพื้นที่ภายใน”
เจ้าของ : คุณฟาตีหม๊ะ – คุณลูไอ มะเซง
ออกแบบ : อิน ตอ อาฟ สตูดิโอ โดยคุณมูหัมหมัด เบ็ญอุโระ คุณอาซูวัน เจะหมะ และคุณอาซีซี ยีเจะแว
เรื่อง : ปาราเมศ เมนะเนตร
ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข, ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู